เว็บไซต์ ตรวจสอบ รายชื่อทนายความ ของจริงดูอย่างไร ระวังเว็บปลอมที่เลียนแบบ

· 1 min read
เว็บไซต์ ตรวจสอบ รายชื่อทนายความ ของจริงดูอย่างไร ระวังเว็บปลอมที่เลียนแบบ

การจ้างทนายความสักคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรอบคอบ เพราะหากเลือกผิดพลาด นอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจทำให้กระบวนการต่อสู้คดีของเรามีปัญหาได้ การเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าบุคคลที่เราจะจ้างเป็นทนายความที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยง แต่ปัจจุบันมีเว็บไซต์จำนวนมากที่ทำหน้าที่ให้บริการ ตรวจสอบ รายชื่อทนายความ ซึ่งไม่ได้เป็นช่องทางของทางราชการและอาจทำเลียนแบบเพื่อหลอกเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราได้ เราจึงควรรู้วิธีแยกแยะและตรวจสอบจากช่องทางที่เชื่อถือได้

การรู้เท่าทันเว็บปลอมไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะข้อมูลที่เรากรอกลงไปอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เราไม่คาดคิด การตรวจสอบอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเราไม่ได้มอบหมายอนาคตทางคดีของเราให้กับคนที่ไม่มีสิทธิ์ว่าความอย่างแท้จริง

การเช็กใบอนุญาตทนายทำได้ผ่านช่องทางทางการแบบใด?

ช่องทางที่ยืนยันได้ตามหลักฐานคือการยื่นขอตรวจสอบผ่านแบบ ท.8 ที่สภาทนายความ โดยยื่นต่อสำนักงานทะเบียนสภาทนายความ ซึ่งผลการตรวจจะระบุสถานะทะเบียนของทนายความว่าเป็นประเภทสองปีหรือตลอดชีพ หรือไม่ปรากฏชื่อทางทะเบียน และไม่เคยหรือเคยถูกลงโทษคดีมรรยาท การตรวจผ่านช่องทางนี้จึงเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและอ้างอิงจากข้อมูลของหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถอ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเช็กใบอนุญาตทนาย ซึ่งอธิบายขั้นตอนการเตรียมเอกสารและยื่นคำขอไว้อย่างละเอียด การตรวจสอบก่อนจ้างจึงเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกของเรา

สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าเว็บที่เราเปิดอยู่อาจเป็นของปลอม?

สัญญาณสำคัญคือเว็บนั้นเรียกร้องให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เช่น เลขบัตรประชาชนทุกหลัก วันเดือนปีเกิด หรือเลขบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะใช้ยืนยันตัวตนหรือตรวจสอบประวัติให้ เว็บราชการที่แท้จริงจะไม่เก็บข้อมูลของบุคคลอื่นเพื่อนำไปตรวจสอบในลักษณะนี้ เพราะแบบ ท.8 เป็นกระบวนการยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กำหนด ไม่ใช่การค้นหาผ่านหน้าเว็บแบบเปิดเผยให้任何人กรอกได้ทันที

นอกจากนี้ให้สังเกตโดเมนและชื่อเว็บว่ามีความคล้ายกับชื่อหน่วยงานจริงหรือไม่ มีการอ้างว่าเป็นช่องทางราชการแต่กลับมีโฆษณาชวนเชื่อแทรก หรือเร่งเร้าให้เรากรอกข้อมูลภายในเวลาจำกัด หากพบลักษณะเหล่านี้ควรปิดหน้าเว็บนั้นและไปใช้ช่องทางทางการแทน

ทนายดี

ข้อมูลส่วนตัวแบบไหนที่ไม่ควรกรอกในเว็บ ตรวจสอบ รายชื่อทนายความ?

ข้อมูลที่ไม่ควรกรอกได้แก่เลขบัตรประชาชนเต็มจำนวน วันเดือนปีเกิด เลขบัญชีธนาคาร รหัสหลังบัตร รหัสผ่าน และข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะในเว็บที่ไม่ได้เป็นช่องทางของหน่วยงานราชการ เพราะการตรวจสอบสถานะทนายความตามแบบ ท.8 ใช้เพียงสำเนาใบอนุญาตหรือบัตรประชาชนของผู้ยื่นเพื่อประกอบคำขอเท่านั้น ไม่จำต้องให้บุคคลภายนอกกรอกข้อมูลของตนเองลงในระบบออนไลน์ที่ไม่รู้ที่มา

หากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวจริง ให้ตรวจสอบก่อนว่าเว็บนั้นมีนโยบายความเป็นส่วนตัวชัดเจนหรือไม่ และควรสอบถามหน่วยงานต้นทางก่อนทุกครั้งเมื่อไม่แน่ใจ

ทำไมการตรวจสอบผ่านเว็บที่ไม่ใช่ทางการจึงเสี่ยงต่อการเสียสิทธิ?

เพราะข้อมูลที่เราให้ไปอาจถูกนำไปใช้สวมรอยหรือแอบอ้างในทางที่ก่อความเสียหาย เช่น การนำข้อมูลไปทำเอกสารปลอม หรือการชักชวนให้เราโอนเงินค่าดำเนินการให้กับคนที่ไม่ใช่ทนายความจริง เมื่อเราเสียข้อมูลไปแล้ว การแก้ไขอาจต้องใช้เวลาและกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการทางกฎหมายของเราเอง

ยิ่งถ้าเราตัดสินใจจ้างบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ว่าความ คดีของเราอาจถูกทำให้เสียรูปหรือถูกดำเนินการโดยคนที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้หากเราตรวจสอบให้รอบคอบตั้งแต่ต้น

การตรวจสอบกับตัวบทกฎหมายว่าด้วยทนายความเกี่ยวข้องอย่างไร?

ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ระบุว่าทนายความหมายถึงผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ และมาตรา 33 ห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตว่าความในศาลหรือแต่งฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา หรือคำแถลงให้บุคคลอื่น หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 82 คือจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การตรวจสอบสถานะทางทะเบียนจึงเป็นการยืนยันว่าเรากำลังติดต่อกับบุคคลที่มีสิทธิ์ทำหน้าที่นี้ได้จริง ไม่ใช่เพียงผู้ที่โฆษณาตัวเองในโลกออนไลน์

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการด้านกฎหมาย สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://thanaidee.com/ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

ควรเริ่มตรวจสอบทนายจากอะไรก่อนหากไม่แน่ใจว่าเว็บที่เปิดเป็นของจริง?

ให้เริ่มจากการขอชื่อนามสกุลและเลขใบอนุญาตของทนายจากผู้ที่เรากำลังจะจ้างก่อน แล้วจึงนำไปยื่นตรวจสอบผ่านช่องทางของสภาทนายความตามกระบวนการที่กำหนด โดยไม่ต้องพึ่งพาการค้นหาจากเว็บไซต์ที่เราไม่แน่ใจที่มา การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราได้ข้อมูลจากต้นทางที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า

ระหว่างนี้ควรเก็บหลักฐานการติดต่อและข้อความที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหากมีข้อสงสัยในภายหลัง

เมื่อพบเว็บที่สงสัยว่าเลียนแบบ ควรทำอย่างไรต่อ?

ไม่ควรกรอกข้อมูลใด ๆ ลงไปเพิ่มเติมและควรออกจากเว็บนั้นทันที จากนั้นให้บันทึกที่อยู่เว็บ ลักษณะหน้าเว็บ และข้อความที่ชักชวนไว้เป็นหลักฐาน แล้วแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบต่อไป การแจ้งข้อมูลจะช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

หากเราเกรงว่าข้อมูลที่ให้ไปแล้วอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ควรเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่เกี่ยวข้อง และติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินอย่างใกล้ชิด

การตรวจสอบสถานะทนายผ่านแบบ ท.8 ให้ข้อมูลอะไรเราได้บ้าง?

แบบ ท.8 เป็นคำขอที่ยื่นต่อสำนักงานทะเบียนสภาทนายความเพื่อให้ตรวจสอบประวัติเฉพาะสถานะทะเบียนของทนายความ โดยผลการตรวจจะระบุว่าเป็นทนายความประเภทสองปีหรือตลอดชีพ หรือไม่ปรากฏชื่อทางทะเบียน และไม่เคย เคย หรืออยู่ระหว่างถูกลงโทษคดีมรรยาททนายความ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เราประเมินความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

การยื่นคำขอดังกล่าวมีค่าตรวจสอบประวัติทนายความฉบับละ 40 บาท ค่าจัดส่งเอกสารกลับแบบลงทะเบียน 50 บาท หรือ EMS 70 บาท และให้แนบสำเนาใบอนุญาต บัตรทนายความ หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่น กรณีมอบอำนาจต้องแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรผู้รับมอบด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสอบรายชื่อทนายความ

ถ้าเว็บที่เปิดดูไม่มีชื่อหน่วยงานราชการระบุไว้ชัดเจน ยังเชื่อถือได้ไหม?

ไม่ควรเชื่อถือ เพราะการตรวจสอบสถานะทนายความที่ยืนยันได้ต้องผ่านกระบวนการของสภาทนายความตามแบบ ท.8 เท่านั้น เว็บที่ไม่มีที่มาชัดเจนอาจทำขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลหรือหลอกให้โอนเงิน เราควรใช้ช่องทางที่เป็นทางการซึ่งมีเอกสารอ้างอิงชัดเจน

ทำไมเว็บบางแห่งถึงให้กรอกเลขบัตรประชาชนเพื่อค้นหารายชื่อ?

โดยทั่วไปการตรวจสอบสถานะทางทะเบียนไม่จำเป็นต้องให้บุคคลภายนอกกรอกเลขบัตรประชาชนของผู้อื่นลงในระบบออนไลน์ การที่เว็บหนึ่ง ๆ เรียกร้องเช่นนั้นจึงเป็นสัญญาณที่ควรระวัง เพราะข้อมูลของเราอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม

ถ้าพบว่าทนายที่กำลังจะจ้างไม่มีชื่อในทะเบียน ควรทำอย่างไร?

ควรหยุดกระบวนการจ้างและหาผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมายแทน เพราะหากปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ดำเนินการทางคดีแทนเรา อาจส่งผลเสียต่อรูปคดีและตัวเราเองได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะกรณี

การตรวจสอบประวัติทางทะเบียนบ่งบอกได้แค่ไหนว่าทนายคนนั้นเหมาะกับคดีของเรา?

การตรวจสอบทางทะเบียนบอกได้เพียงสถานะการขึ้นทะเบียนและประวัติการถูกลงโทษทางมรรยาทเท่านั้น ไม่ได้บ่งชี้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือความเหมาะสมกับคดีของเราโดยตรง เราจึงควรสอบถามประสบการณ์และแนวทางการทำงานเพิ่มเติมด้วย

ข้อมูลส่วนตัวที่ให้กับเว็บไปแล้ว จะป้องกันความเสียหายได้อย่างไร?

ให้ติดตามบัญชีและการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนรหัสผ่านที่อาจถูกเปิดเผย และหากพบความผิดปกติควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการไม่กรอกข้อมูลลงในเว็บที่ไม่ใช่ช่องทางทางการตั้งแต่แรก

ถ้าต้องการยื่นคำขอตรวจสอบประวัติทนายความ ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?

ต้องเตรียมสำเนาใบอนุญาต บัตรทนายความ หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่น กรณีมอบอำนาจต้องแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรผู้รับมอบ พร้อมชำระค่าตรวจสอบและค่าจัดส่งตามที่กำหนด ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สภาทนายความโดยตรง

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจสอบสถานะทนายความ ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณีของท่าน หากมีข้อสงสัยหรือต้องดำเนินการในเรื่องของตนเอง ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง